
บทสนทนาเริ่มต้น… เมื่อความฝันของเพื่อนรักกำลังจะกลายเป็นจริง
เพื่อนสนิทของฉันชื่อบีมค่ะ วันนี้เธอโทรมาหาด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นเต้นกว่าปกติ “ฉันว่าจะเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ของตัวเองแล้วล่ะ!”
“จริงเหรอ! เยี่ยมเลย! แล้วจะทำอะไรเหรอ?” ฉันถามกลับไป เพราะรู้ว่านี่คือความฝันของบีมมานานแล้ว
“ก็ว่าจะขายเสื้อผ้าที่ฉันออกแบบเองนี่แหละ แต่ตอนนี้กำลังปวดหัวกับการหาคนทำเว็บไซต์อยู่เลย ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี เห็นราคาแต่ละที่ก็ต่างกันสุดๆ” บีมถอนหายใจยาวๆ ราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ
ฉันหัวเราะเบาๆ “ฉันเข้าใจเลย ตอนที่ฉันเริ่มทำธุรกิจแรกๆ ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน แต่โชคดีที่เคยได้ทำงานร่วมกับบริษัทรับทำเว็บไซต์มืออาชีพมาแล้วหลายที่ เลยพอจะมีประสบการณ์บ้าง”
“งั้นช่วยแนะนำหน่อยสิเพื่อนรัก! ฉันไม่อยากพลาดเรื่องสำคัญเลย” น้ำเสียงของบีมเต็มไปด้วยความหวัง
บทสนทนาของเราดำเนินไปเรื่อยๆ และฉันก็ตัดสินใจที่จะเล่าทุกอย่างที่ฉันรู้ให้บีมฟังอย่างละเอียด เพื่อให้เพื่อนรักของฉันได้เข้าใจว่า การจ้างทำเว็บไซต์ที่ดีนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของราคาถูกหรือแพง แต่มีปัจจัยสำคัญอีกหลายอย่างที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
“ทำไมต้องจ้างทำเว็บไซต์?” คำถามที่หลายคนอาจมองข้าม
ก่อนที่เราจะไปถึงเรื่องของการเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ สิ่งแรกที่เราควรจะทำความเข้าใจก่อนก็คือ “ทำไมเราถึงต้องมีเว็บไซต์?” หลายคนอาจคิดว่ามีแค่ Facebook, Instagram หรือ TikTok ก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเหล่านั้นเป็นเพียงช่องทางที่เราใช้สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าเท่านั้น ไม่ใช่บ้านของเราอย่างแท้จริง
เว็บไซต์เปรียบเสมือน “บ้าน” หรือ “หน้าร้าน” บนโลกออนไลน์ของเรา ที่เราสามารถควบคุมได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางสินค้า ข้อมูล รูปภาพ หรือแม้กระทั่งการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ การมีเว็บไซต์ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของเราในระยะยาว ลูกค้าสามารถเข้ามาดูข้อมูล ติดต่อ และซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่เราไม่จำเป็นต้องคอยตอบคำถามซ้ำๆ ผ่านแชท
ยิ่งไปกว่านั้น เว็บไซต์ยังเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการทำ SEO (Search Engine Optimization) ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าที่กำลังค้นหาสินค้าหรือบริการของเราบน Google สามารถเจอเราได้ง่ายขึ้น ทำให้เรามีโอกาสในการสร้างยอดขายได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณาในระยะยาว
“ไม่ใช่แค่ราคา…” 5 สิ่งที่คุณต้องดูให้ขาด ก่อนตัดสินใจจ้างทำเว็บไซต์
ฉันเล่าให้บีมฟังต่อว่า “สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้เลยนะบีม คืออย่าตัดสินใจเลือกจากราคาเป็นหลัก เพราะราคาที่ถูกที่สุดอาจไม่ได้ดีที่สุดเสมอไป และราคาที่แพงที่สุดก็ไม่ได้การันตีว่าผลลัพธ์จะออกมาถูกใจเราเสมอไป”
1. Portfolio และประสบการณ์: “ดูจากผลงานที่ผ่านมา”
สิ่งแรกที่ฉันแนะนำให้บีมดูคือ Portfolio หรือผลงานที่ผ่านมาของบริษัทรับทำเว็บไซต์นั้นๆ Portfolio จะช่วยให้เราเห็นสไตล์การออกแบบ คุณภาพงาน และความเชี่ยวชาญของพวกเขา ลองดูว่าผลงานที่ผ่านมานั้นตรงกับความต้องการของเราหรือไม่ มีงานที่คล้ายคลึงกับธุรกิจของเราบ้างหรือเปล่า
ที่สำคัญคือ ลองเข้าไปดูเว็บไซต์เหล่านั้นจริงๆ ว่าใช้งานได้ลื่นไหลดีไหม หน้าตาดูทันสมัยหรือเปล่า มีปัญหาอะไรที่เห็นได้ชัดบ้างไหม และถ้าจะให้ดี ลองถามเขาไปตรงๆ เลยว่า “ถ้าเราจะทำเว็บไซต์แบบนี้ ใช้เทคโนโลยีอะไร และใช้เวลาประมาณเท่าไหร่” คำตอบที่ได้จะช่วยให้เราเห็นถึงความมืออาชีพของทีมงานได้เป็นอย่างดี
2. สโคปงาน (Scope of Work): “สิ่งที่ตกลงกันไว้อย่างชัดเจน”
สิ่งนี้สำคัญมากๆ เลยค่ะ! สโคปงานคือเอกสารที่ระบุรายละเอียดของงานทั้งหมดที่เราตกลงกันไว้ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนหน้าเว็บไซต์, ฟีเจอร์ต่างๆ ที่ต้องการ (เช่น ระบบตะกร้าสินค้า, ระบบชำระเงิน, ฟอร์มติดต่อ), การออกแบบ, การพัฒนา, และบริการหลังการขาย
ฉันเคยมีประสบการณ์กับบริษัทที่ไม่ได้ทำสโคปงานอย่างละเอียด ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย เช่น ได้เว็บไซต์ที่ไม่มีฟีเจอร์ที่เราต้องการ หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนที่เราคิดว่ารวมอยู่ในราคาแล้ว ดังนั้น ก่อนเซ็นสัญญา ควรตรวจสอบสโคปงานอย่างถี่ถ้วน และถามให้แน่ใจว่าทุกอย่างที่เราต้องการได้ถูกระบุไว้อย่างชัดเจนแล้ว
3. ทีมงานและการสื่อสาร: “ใครคือคนที่ต้องคุยด้วย”
ลองถามบริษัทที่เราสนใจว่า ใครจะเป็นผู้ประสานงานหลักของเรา และทีมงานประกอบด้วยใครบ้าง มีนักออกแบบ นักพัฒนา และผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO หรือไม่
การสื่อสารเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกัน ถ้าเราทำงานกับบริษัทรับทำเว็บไซต์ที่สื่อสารไม่ดี ไม่ตอบคำถาม หรือไม่เข้าใจความต้องการของเรา ก็จะทำให้โปรเจกต์ล่าช้าและเกิดความผิดพลาดได้ง่าย ลองพิจารณาจากการพูดคุยครั้งแรกดูว่า เขาสามารถอธิบายเรื่องยากๆ ให้เราเข้าใจได้ง่ายไหม มีทัศนคติที่ดีและพร้อมจะให้คำปรึกษาเราหรือเปล่า
4. การทำ SEO และการตลาด: “ทำเว็บไซต์แล้ว… จะให้คนเข้าถึงได้อย่างไร”
การทำเว็บไซต์สวยๆ อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ถ้าไม่มีใครเข้ามาเยี่ยมชมเลย การทำ SEO เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เว็บไซต์ของเราปรากฏบนหน้าแรกของ Google เมื่อมีคนค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา
บริษัทรับทำเว็บไซต์ที่ดีควรจะมีความเข้าใจและสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำ SEO ได้ในระดับหนึ่งอย่างน้อยๆ ก็ควรจะสร้างเว็บไซต์ที่รองรับการทำ SEO ได้ในอนาคต เช่น โครงสร้างเว็บไซต์ที่ดี, ความเร็วในการโหลด, และการแสดงผลบนมือถือที่สมบูรณ์แบบ
ลองถามเขาไปตรงๆ ว่า “มีบริการทำ SEO เพิ่มเติมไหม หรือเว็บไซต์ที่ทำมานี้รองรับการทำ SEO ได้ดีแค่ไหน” คำตอบที่ได้จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของบริการได้มากขึ้น
5. บริการหลังการขายและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม: “เว็บไซต์จะเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจของเราได้อย่างไร”
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด คือเรื่องของบริการหลังการขายและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เมื่อเว็บไซต์ของเราเสร็จสมบูรณ์แล้ว ไม่ได้หมายความว่างานจะจบลงเพียงเท่านั้น เราอาจจะต้องมีการอัปเดตข้อมูล, เพิ่มสินค้า, หรือแก้ไขปัญหาทางเทคนิคในอนาคต
ลองถามให้แน่ใจว่าบริษัทรับทำเว็บไซต์มีบริการหลังการขายอย่างไรบ้าง มีค่าใช้จ่ายรายปีสำหรับอะไรบ้าง เช่น ค่าโดเมน, ค่าโฮสติ้ง, หรือค่าบำรุงรักษาเว็บไซต์ แล้วเขาจะช่วยดูแลเราในระยะยาวได้ดีแค่ไหน สิ่งนี้จะช่วยให้เราสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายในอนาคตได้อย่างถูกต้อง
“อย่าเพิ่งรีบร้อน…” เทคนิคการเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายบริษัท
เมื่อบีมจดบันทึกจนครบถ้วนแล้ว ฉันก็ย้ำกับเธออีกครั้งว่า “อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจนะบีม ลองขอใบเสนอราคาจากบริษัทรับทำเว็บไซต์หลายๆ ที่ แล้วนำมาเปรียบเทียบกันอย่างละเอียดในทุกๆ ด้าน”
การเปรียบเทียบในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการนำแค่ราคามาชนกัน แต่เป็นการเปรียบเทียบในทุกมิติที่เราได้คุยกันไป ไม่ว่าจะเป็น Portfolio, สโคปงาน, ทีมงาน, บริการหลังการขาย และความเข้าใจในธุรกิจของเรา
ฉันแนะนำให้บีมลองตั้งคำถามเหล่านี้กับตัวเองและบริษัทที่เราสนใจ เพื่อประกอบการตัดสินใจ:
- “เขาเข้าใจธุรกิจของเราจริงๆ ไหม?”
- “เขามีแนวคิดในการออกแบบที่น่าสนใจและตอบโจทย์แบรนด์ของเราหรือเปล่า?”
- “เขาให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์นอกเหนือจากที่เราขอไปบ้างไหม?”
- “สโคปงานที่เขานำเสนอมา ครอบคลุมความต้องการของเราทั้งหมดแล้วหรือยัง?”
“ทำไมการทำเว็บไซต์ที่ดีถึงจำเป็นต่อการตลาดออนไลน์ในยุคนี้?”
หลังจากที่เราคุยเรื่องการเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ไปแล้ว ฉันก็อยากจะเล่าให้บีมฟังถึงความสำคัญของการมีเว็บไซต์ที่ดี ที่จะส่งผลต่อการตลาดออนไลน์ของเราในภาพรวม
“บีมรู้ไหม การมีเว็บไซต์ที่สวยงามและใช้งานง่าย จะช่วยสร้าง First Impression ที่ดีให้กับลูกค้าได้มากๆ เลยนะ” ฉันพูดต่อ “เมื่อลูกค้าเข้ามาในเว็บไซต์ของเราแล้วเจอประสบการณ์ที่ดี เขาก็จะอยากอยู่กับเรานานขึ้น อยากดูสินค้าและบริการของเรามากขึ้น และมีโอกาสที่จะซื้อสินค้าของเรามากขึ้นด้วย”
ในทางกลับกัน ถ้าเว็บไซต์ของเราดูเชย โหลดช้า หรือใช้งานยาก ลูกค้าก็มีแนวโน้มที่จะออกจากเว็บไซต์ของเราไปอย่างรวดเร็ว และไปหาคู่แข่งของเราแทน ซึ่งนั่นหมายถึงการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ
นอกจากนี้ การมีเว็บไซต์ยังช่วยให้เราสามารถเก็บข้อมูลลูกค้าได้ด้วยตัวเอง ทำให้เราสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นไปวิเคราะห์และวางแผนการตลาดในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Email Marketing หรือการทำ Retargeting Ads เพื่อติดตามลูกค้าที่เคยเข้ามาในเว็บไซต์ของเรา
“เว็บไซต์ที่ดีควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง?”
“แล้วเว็บไซต์ที่ดีควรมีอะไรบ้างล่ะ” บีมถามกลับด้วยความสงสัย
ฉันตอบไปว่า “เว็บไซต์ที่ดีควรมีองค์ประกอบเหล่านี้เป็นอย่างน้อยนะบีม”
- ดีไซน์ที่สวยงามและทันสมัย: การออกแบบที่สวยงามและสอดคล้องกับแบรนด์ของเราจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ
- ใช้งานง่าย (User-Friendly): ลูกค้าควรจะสามารถหาข้อมูลหรือซื้อสินค้าได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องสับสน
- รองรับการแสดงผลบนมือถือ (Mobile-Friendly): ในยุคนี้ คนส่วนใหญ่ใช้มือถือในการเข้าชมเว็บไซต์เป็นหลัก เว็บไซต์ของเราจึงต้องแสดงผลบนมือถือได้อย่างสมบูรณ์
- ความเร็วในการโหลด (Page Speed): เว็บไซต์ที่โหลดเร็วจะช่วยให้ลูกค้าไม่เบื่อหน่ายและออกจากเว็บไซต์ไปก่อน
- เนื้อหาที่มีคุณภาพ (High-Quality Content): เนื้อหาที่ครบถ้วนและเป็นประโยชน์จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดลูกค้า
- การเชื่อมต่อกับ Social Media: ควรมีปุ่มให้ลูกค้าสามารถเข้าไปติดตามเราบนช่องทางอื่นๆ ได้ง่ายๆ
“แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าบริษัทไหนดีจริงๆ?”
“คำถามสุดท้ายของฉันแล้วล่ะ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าบริษัทไหนดีจริงๆ” บีมถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
ฉันตอบด้วยรอยยิ้มว่า “สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้ “ความรู้สึก” ของเราด้วยนะบีม”
“ความรู้สึกยังไงเหรอ?” บีมถามกลับ
“ความรู้สึกที่ว่า บริษัทนี้ดูน่าเชื่อถือและตั้งใจที่จะช่วยให้ธุรกิจของเราเติบโตไปพร้อมกับเขาจริงๆ หรือเปล่า” ฉันอธิบายต่อ “เมื่อเราได้คุยกับเขาแล้ว เราจะสัมผัสได้เองว่าเขามีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้เราอย่างดีที่สุด มีทัศนคติที่ดี และมีความเป็นมืออาชีพ”
“ดังนั้น การที่เราจะจ้างบริษัทรับทำเว็บไซต์ที่ดี ไม่ใช่แค่การดูจากราคาหรือ Portfolio เพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้เวลาพูดคุย ทำความเข้าใจ และเปรียบเทียบอย่างถี่ถ้วน เพราะการลงทุนในเว็บไซต์ที่ดีก็เหมือนกับการสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับธุรกิจของเราในระยะยาวนั่นแหละ”
“ขอบคุณนะเพื่อนรัก! ตอนนี้ฉันเห็นภาพชัดเจนขึ้นเยอะเลย” บีมพูดด้วยน้ำเสียงที่สดใสและเต็มไปด้วยพลังอีกครั้ง
“ยินดีเลย! ฉันดีใจที่ได้ช่วย” ฉันตอบกลับ “ถ้ามีอะไรสงสัยอีกก็โทรมาหาฉันได้ตลอดเลยนะ”