
สวัสดีจ้ะเพื่อน ๆ ทุกคน! เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนที่กำลังอ่านบทความนี้ อาจจะเป็นเจ้าของแบรนด์เล็ก ๆ ไปจนถึงเจ้าของธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว หรืออาจจะเป็นคนทำงานที่กำลังมองหาช่องทางใหม่ ๆ ให้กับบริษัทตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน วันนี้เรามีเรื่องสำคัญมาก ๆ ที่อยากจะมาเล่าสู่กันฟัง แบบคนทำงานด้วยกันจริง ๆ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายคนมองข้ามไป แต่ถ้ามองข้ามไปแล้ว อาจจะเสียดายทีหลังได้เลยล่ะ
ลองนึกภาพตามนะ…ทุกวันนี้เวลาเราจะซื้อของ จะหาข้อมูลร้านอาหาร หรือจะหาอะไรก็ตาม เราทำยังไง? ก็หยิบมือถือขึ้นมาแล้วก็ Google ใช่ไหมล่ะ? พฤติกรรมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่เราคนเดียว แต่เกิดขึ้นกับคนเป็นล้าน ๆ คนทั่วโลก และนั่นก็คือโอกาสที่ใหญ่ที่สุดที่คนทำธุรกิจไม่ควรพลาดเลย
ถ้าแบรนด์คุณยังไม่มีเว็บไซต์ ก็เหมือนมีหน้าร้านอยู่ในซอยลึก ๆ ที่ไม่มีป้ายบอกทาง แล้วยังหวังว่าลูกค้าจะเดินหลงเข้ามาเจอ ซึ่งในยุคดิจิทัลแบบนี้ โอกาสที่จะมีคน “หลงเข้ามา” มันน้อยมาก ๆ เลยนะ!
เพื่อน ๆ อาจจะคิดว่า “ก็มี Facebook แล้ว, มี Instagram แล้ว, มี TikTok แล้วนี่นา” ซึ่งก็ไม่ผิดค่ะ แพลตฟอร์มเหล่านี้สำคัญมาก ๆ ในการสร้างการรับรู้ แต่เราอยากให้ลองมองภาพใหญ่กว่านั้น…
ทำไมโซเชียลมีเดียถึงไม่พอ…และเว็บไซต์ถึงสำคัญกว่าที่คิด?
โซเชียลมีเดียเป็นเหมือน “บ้านเช่า” ที่เราใช้พื้นที่ของคนอื่นในการสร้างธุรกิจ ซึ่งหมายความว่าเราไม่มีสิทธิ์ควบคุมกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ได้ทั้งหมด เจ้าของบ้านจะเปลี่ยนกฎเมื่อไหร่ก็ได้ จะลบโพสต์เราเมื่อไหร่ก็ได้ จะเปลี่ยนระบบการแสดงผล (Algorithm) เมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเราโดยตรง
แต่ เว็บไซต์ คือ “บ้านของเราเอง” ที่เราเป็นเจ้าของและสามารถควบคุมทุกอย่างได้ทั้งหมด ตั้งแต่หน้าตาของเว็บไซต์, เนื้อหา, รูปแบบการนำเสนอ, ไปจนถึงการเก็บข้อมูลลูกค้า ทุกอย่างคือพื้นที่ของเราเองโดยสมบูรณ์ ทำให้เราสามารถสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือได้ในระยะยาว
เพื่อนสนิทเราคนนึงเปิดร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์อยู่ แรก ๆ ก็ใช้แค่ IG อย่างเดียว พอร้านเริ่มเป็นที่รู้จัก มีออเดอร์เข้ามาเยอะขึ้น เธอก็เจอปัญหาหลายอย่างเลย เช่น ลูกค้าถามซ้ำ ๆ ว่าสินค้าตัวนี้มีไซส์อะไรบ้าง, โอนเงินแล้วแจ้งสลิปในแชทแต่บางทีก็ตกหล่น, หรือลูกค้าบางคนหาโพสต์สินค้าเก่า ๆ ไม่เจอ กว่าจะตอบลูกค้าครบแต่ละคนก็ใช้เวลานานมาก จนเริ่มทำงานไม่ทัน
เราก็เลยแนะนำให้เธอจ้างบริษัทรับทำเว็บไซต์ ที่เชี่ยวชาญด้าน E-commerce โดยเฉพาะ ตอนแรกเธอก็ลังเลนะ เพราะกลัวจะลงทุนสูง แต่พอทำเสร็จแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้มันเกินคุ้มจริง ๆ เว็บไซต์ที่ได้มานอกจากจะสวยงามแล้ว ยังมีระบบจัดการสต็อกสินค้าอัตโนมัติ, ระบบรับชำระเงินที่หลากหลาย, และมีพื้นที่ให้ลูกค้าสามารถติดตามสถานะการจัดส่งได้ด้วยตัวเอง ทำให้เธอไม่ต้องตอบคำถามซ้ำ ๆ อีกต่อไป และมีเวลาไปโฟกัสกับการออกแบบเสื้อผ้าและวางแผนธุรกิจมากขึ้น
การไม่มีเว็บไซต์ก็เหมือนการ “ปิดกั้น” โอกาสทางธุรกิจที่กำลังวิ่งเข้ามาหา
เคยได้ยินคำว่า SEO (Search Engine Optimization) ไหมคะ? ถ้ายังไม่คุ้น เราจะอธิบายให้ง่าย ๆ ว่ามันคือการทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับต้น ๆ ในหน้าผลการค้นหาของ Google เมื่อมีคนค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราขายเครื่องสำอางออร์แกนิก แล้วลูกค้าค้นหาคำว่า “เครื่องสำอางออร์แกนิก” บน Google ถ้าเว็บไซต์ของเราถูกทำ SEO มาอย่างดี เว็บไซต์ของเราก็จะไปปรากฏอยู่หน้าแรก ๆ ซึ่งนั่นหมายความว่าเราได้ลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามาแบบไม่ต้องเสียเงินโฆษณาสักบาท!
ในทางกลับกัน ถ้าเราไม่มีเว็บไซต์เลย โอกาสที่จะมีคนค้นหาเจอธุรกิจของเราผ่าน Google ก็จะไม่มีเลย ทำให้เราเสียโอกาสที่จะได้ลูกค้าใหม่ ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย
บริษัทรับทำเว็บไซต์หลายแห่งในปัจจุบันไม่ได้ทำแค่เว็บไซต์ให้เราเท่านั้น แต่ยังมีบริการด้านการทำ SEO เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ง่ายขึ้นด้วย ซึ่งการลงทุนตรงนี้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว เพราะมันคือการสร้างทรัพย์สินดิจิทัลที่จะทำงานให้กับเราตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด
เรื่องน่ารู้ที่อาจจะทำให้คุณเปลี่ยนใจ…
เมื่อพูดถึงเว็บไซต์ หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว การทำเว็บไซต์ ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยนะ! เดี๋ยวนี้มีเครื่องมือและแพลตฟอร์มมากมายที่ช่วยให้เราสร้างเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้นมาก
แต่ถ้าเพื่อน ๆ อยากได้เว็บไซต์ที่ดูเป็นมืออาชีพ มีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน และตอบโจทย์ธุรกิจของเราได้อย่างแท้จริง บริษัทรับทำเว็บไซต์ ที่มีประสบการณ์คือคำตอบที่ดีที่สุด เพราะพวกเขามีทีมงานที่เชี่ยวชาญทั้งในด้านการออกแบบ การเขียนโค้ด และการวางแผนกลยุทธ์ เพื่อให้เว็บไซต์ที่ได้มานั้นไม่เพียงแค่สวยงาม แต่ยังใช้งานง่ายและสร้างยอดขายได้จริง ๆ
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ คือเว็บไซต์ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการ สร้างฐานข้อมูลลูกค้า และ วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ได้ด้วย เมื่อลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ เราสามารถติดตั้งเครื่องมืออย่าง Google Analytics เพื่อดูว่าลูกค้าเข้ามาจากช่องทางไหน, ใช้เวลาอยู่ในหน้านั้นนานแค่ไหน, และคลิกอะไรบ้าง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีค่ามาก ๆ สำหรับการนำไปพัฒนาสินค้าและบริการของเราให้ดีขึ้นในอนาคต
ไม่ใช่แค่ธุรกิจ…การมีเว็บไซต์ก็สำคัญกับ “แบรนด์ส่วนตัว” (Personal Branding) ด้วยนะ
นอกจากธุรกิจแล้ว การมีเว็บไซต์ของตัวเองก็สำคัญมาก ๆ สำหรับการสร้าง Personal Branding หรือการสร้างแบรนด์ส่วนตัวให้เป็นที่รู้จักด้วย
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเพื่อน ๆ เป็นฟรีแลนซ์, ช่างภาพ, นักเขียน, หรือนักออกแบบ การมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองก็เหมือนการมี “แฟ้มผลงานดิจิทัล” ที่จะรวบรวมผลงานของเราทั้งหมดไว้ในที่เดียว ทำให้ดูเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือมากขึ้น
เพื่อนเราอีกคนหนึ่งเป็นนักวาดภาพประกอบ ตอนแรกเธอโพสต์ผลงานลงแค่ใน Instagram กับ Facebook แต่พอมีคนติดต่อเข้ามาคุยเรื่องงาน ก็ต้องส่งลิงก์ไปให้หลาย ๆ ที่ บางทีก็ต้องส่งเป็นไฟล์ PDF ให้ ซึ่งดูไม่ค่อยเป็นระบบเท่าไหร่
เราก็เลยแนะนำให้เธอทำเว็บไซต์ portfolio ของตัวเอง ตอนนี้เว็บไซต์ของเธอกลายเป็น “หน้าร้าน” ที่ลูกค้าสามารถเข้ามาดูผลงานทั้งหมดได้แบบครบถ้วน มีประวัติความเป็นมา, ช่องทางการติดต่อ, และราคาแพ็กเกจต่าง ๆ ที่ชัดเจน ทำให้เธอได้รับงานมากขึ้นและยังเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นด้วย
ในยุคที่ทุกคนสามารถเป็น “แบรนด์” ได้ การมีเว็บไซต์คือการสร้างพื้นที่ของตัวเองให้แข็งแกร่งและโดดเด่นกว่าคนอื่น
และไม่ว่าคุณจะตัดสินใจทำเว็บไซต์ด้วยตัวเองหรือจ้าง บริษัทรับทำเว็บไซต์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นลงมือทำ เพราะถ้ายังไม่มีเว็บไซต์ คุณอาจกำลังเสียโอกาสทางธุรกิจและโอกาสในการสร้างตัวตนที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คุณคิดอยู่ก็เป็นได้