
สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ทุกคน เราชื่อมายด์นะ ช่วงนี้มีเพื่อน ๆ หลายคนเข้ามาปรึกษาเรื่อง ขายรถยนต์ กันเยอะมากเลย เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ หรือบางคนก็อยากจะอัปเกรดรถเป็นคันใหม่ แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี จะไปขายเต็นท์ก็กลัวโดนกดราคา จะขายเองก็กลัวไม่มีเวลาดูแล มายด์เลยตัดสินใจชวนพี่เจน เจ้าของธุรกิจ รับซื้อรถยนต์ มือสองที่มีประสบการณ์มามากกว่า 10 ปี มาคุยกันแบบเจาะลึกทุกประเด็นเลยค่ะ รับรองว่าทุกคนจะได้ความรู้กลับไปแบบจัดเต็มแน่นอน
เริ่มต้นที่คำถามยอดฮิต ขายรถเอง VS ขายผ่านเต็นท์ แบบไหนดีกว่า?
เป็นคำถามที่มายด์เชื่อว่าหลายคนต้องเคยคิดแน่ ๆ เลยค่ะว่าควรจะเลือกทางไหนดี มายด์เลยขอให้พี่เจนช่วยสรุปข้อดี-ข้อเสียของแต่ละแบบให้ฟังหน่อย
ขายเอง:
- ข้อดี: “ถ้าขายเอง ข้อดีหลัก ๆ เลยคือเราสามารถตั้งราคาได้เต็มที่ตามที่เราพอใจเลยค่ะ ไม่ต้องมีคนกลางมาหักเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าเราสามารถหาลูกค้าได้เอง ก็มีโอกาสได้ราคาดีกว่าขายเต็นท์แน่นอน” พี่เจนกล่าว
- ข้อเสีย: “แต่ข้อเสียก็มีเยอะเหมือนกันนะคะ เพราะเราต้องเสียเวลาไปกับการลงประกาศขายเอง คอยตอบลูกค้าแต่ละคน พานัดดูรถ ไปลองขับ ยิ่งถ้าเจอคนกวน ๆ หรือคนที่แค่มาดูเฉย ๆ ไม่ได้ตั้งใจซื้อจริง ๆ ก็จะยิ่งเสียเวลาเข้าไปใหญ่เลยค่ะ แล้วยังมีเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ การทำเอกสารต่าง ๆ ที่ต้องจัดการเองหมดเลย ถ้าไม่มีความรู้ก็อาจจะเกิดปัญหาได้”
ขายผ่านเต็นท์/บริษัทรับซื้อรถ:
- ข้อดี: “สำหรับคนที่ไม่มีเวลา หรืออยากจบเรื่องการขายรถให้เร็วที่สุด การขายผ่านเต็นท์หรือบริษัทที่รับซื้อรถยนต์ โดยตรงจะตอบโจทย์มากค่ะ เพราะเราไม่ต้องเสียเวลาไปทำอะไรเลย แค่ให้เค้ามาประเมินราคา ถ้าพอใจก็ทำสัญญาซื้อขายและรับเงินได้ทันที ทุกขั้นตอนจะรวดเร็วและปลอดภัยกว่ามากค่ะ เรื่องเอกสาร การโอนกรรมสิทธิ์ ทางบริษัทก็จะจัดการให้เราหมดเลย”
- ข้อเสีย: “ข้อเสียก็คือราคาที่เราได้อาจจะต่ำกว่าที่เราคาดหวังไว้ค่ะ เพราะทางเต็นท์หรือบริษัทเค้าก็ต้องนำรถไปปรับปรุงและขายต่อเพื่อทำกำไร ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจนะคะ”
จากที่ฟังพี่เจนสรุปมาก็พอจะเห็นภาพแล้วนะคะว่าแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ถ้าใครมีเวลาและอยากได้ราคาดีที่สุดก็ลองขายเองดูก่อน แต่ถ้าใครอยากขายให้จบเร็ว ๆ ไม่ต้องยุ่งยากใจมาก การขายผ่านมืออาชีพก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยเลย
อยากขายรถให้ได้ราคาดี ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?
มายด์เชื่อว่าทุกคนที่อยากขายรถก็คงอยากได้ราคาดี ๆ กันทั้งนั้น มายด์เลยขอให้พี่เจนแชร์เทคนิคการเตรียมรถก่อนขายให้ได้ฟังกันค่ะ
- ทำความสะอาดทั้งภายนอกและภายใน: “เรื่องนี้สำคัญมากเลยนะคะ เพราะความประทับใจแรกคือสิ่งที่ลูกค้าเห็นเป็นอย่างแรก ถ้าเราทำความสะอาดรถให้ดูดี ดูใหม่ ลูกค้าก็ย่อมอยากได้รถเรามากขึ้นค่ะ ลองนึกภาพรถที่ล้างสะอาด ๆ ลงแว็กซ์ขัดเงาให้สวยงาม ภายในห้องโดยสารดูสะอาดสะอ้าน ไม่มีกลิ่นอับ ก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้รถเราได้เยอะเลยค่ะ”
- เก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ: “ลองดูรอบ ๆ รถของเราว่ามีรอยขีดข่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเปล่า ถ้ามีก็ลองนำไปขัดเคลือบสีดูค่ะ หรือถ้าภายในมีเบาะขาด หรือมีชิ้นส่วนไหนชำรุดก็ลองนำไปซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน เพราะถ้าลูกค้ามาเห็นข้อบกพร่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจจะใช้เป็นข้ออ้างในการต่อรองราคาได้ค่ะ”
- เตรียมเอกสารให้พร้อม: “เอกสารสำคัญมากค่ะ ถ้าเรามีเล่มทะเบียนรถ ประกันภัย และประวัติการเข้าศูนย์บริการที่ชัดเจน ก็จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าได้มากเลยค่ะ ยิ่งถ้ามีใบเสร็จการซ่อมแซมใหญ่ ๆ หรือการเปลี่ยนอะไหล่สำคัญ ๆ ก็จะยิ่งเป็นหลักฐานที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจในรถของเราได้มากขึ้นไปอีก”
- ถ่ายรูปให้สวยงาม: “รูปถ่ายเป็นสิ่งแรกที่ลูกค้าจะเห็นเลยนะคะ ถ้าเราขายเอง การถ่ายรูปให้สวยงามก็จะช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาดูรถของเราได้มากเลยค่ะ ลองหามุมสวย ๆ ของรถ ถ่ายทั้งภายนอก ภายใน และเครื่องยนต์ให้เห็นรายละเอียดชัด ๆ”
จากคำแนะนำของพี่เจนทำให้มายด์เข้าใจเลยค่ะว่าการเตรียมรถให้ดีเปรียบเหมือนการแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานนั่นแหละค่ะ ยิ่งเราเตรียมตัวดีแค่ไหน โอกาสที่เราจะได้ราคาที่เราพอใจก็มีมากขึ้นเท่านั้น
บริการรับซื้อรถยนต์ ช่วยอะไรเราได้บ้าง?
มายด์ได้ยินชื่อบริษัทรับซื้อรถยนต์ มาก็หลายที่แล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเค้าทำงานกันยังไง มายด์เลยขอให้พี่เจนอธิบายให้ฟังหน่อยค่ะ
“บริษัทที่รับซื้อรถยนต์จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนอยากขายรถอย่างเราได้เยอะมากเลยค่ะ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกเลยคือการประเมินราคา เราแค่โทรไปนัดหมายหรือส่งข้อมูลรถไปให้เค้าดู ทางบริษัทก็จะส่งทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญไปประเมินสภาพรถของเราถึงที่บ้านหรือที่ทำงานเลยค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีค่าใช้จ่ายตรงนี้”
“หลังจากประเมินราคาและเราพอใจในราคาที่เสนอ ทางบริษัทก็จะดำเนินการเรื่องเอกสารต่าง ๆ ให้ทั้งหมดเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการทำสัญญาซื้อขาย การโอนกรรมสิทธิ์ ที่สำคัญคือเราจะได้รับเงินสดทันทีหลังจากเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาไปรอเงิน หรือต้องมานั่งกังวลว่าจะได้เงินครบเมื่อไหร่”
“นอกจากนี้การขายรถผ่านบริษัทที่ รับซื้อรถยนต์ ยังช่วยให้เรามั่นใจได้เรื่องความปลอดภัยด้วยค่ะ เพราะเราไม่ต้องไปนัดเจอคนแปลกหน้า ไม่ต้องพาคนที่ไม่รู้จักมาที่บ้าน ไม่ต้องกังวลเรื่องการโดนหลอก หรือการโกงเงิน ทำให้เราสบายใจได้มากกว่าการขายเองเยอะเลยค่ะ”
คำแนะนำจากใจคนทำธุรกิจ
“สุดท้ายนี้มายด์ขอฝากไว้หน่อยนะคะว่า การตัดสินใจขายรถเป็นเรื่องสำคัญมาก อยากให้ทุกคนลองชั่งน้ำหนักดูว่าการขายแบบไหนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของเรามากที่สุด ถ้ามีเวลาและอยากได้ราคาดีที่สุดก็ลองขายเองดูก่อน แต่ถ้าไม่มีเวลา หรืออยากความสะดวกสบาย การใช้บริการรับซื้อรถยนต์จากบริษัทที่น่าเชื่อถือก็เป็นทางเลือกที่ดีและปลอดภัยมากค่ะ”